ตอนที่ 15
หมออธิบายว่าคนท้องหลายคนก็ไม่มีอาการแพ้ท้องไม่รู้เลยว่ากำลังตั้งครรภ์ และการแท้งอาจเกิดจากการทำงานหนัก การกินอาหารและพักผ่อนไม่เพียงพอ หมอเน้นว่า
“ที่สำคัญ ความเครียดก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราแท้งได้นะครับ โชคดีที่ตัวอ่อนถูกขับออกมาหมดเลยไม่ต้องขูดมดลูก แต่ยังไงหมอก็ขอให้คนไข้นอนโรงพยาบาลสักสองสามวันเพื่อดูอาการนะครับ”
กรเสียใจมาก ออกจากหมอแล้วเจอป้อง ป้องถามว่าทรายเป็นอย่างไรบ้าง เขาไม่อาจบอกอะไรได้บอกป้องว่า “ผมขออยู่คนเดียวสักพัก” แล้วเลี่ยงไปเลย
กรไปที่มุมสงบที่ไม่มีคนเดินไปมา ระบายอารมณ์ชกกำแพงอย่างขาดสติ จนสักทองมาจับมือไว้เตือนสติว่า ต่อยจนมือหัก กำแพงพัง มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น กรพร่ำโทษตัวเองว่าผิดที่ให้ทรายทำงานหนัก ทำให้ทรายกับลูกต้องเป็นแบบนี้ กรร้องไห้อย่างหนัก
“ร้องออกมาเถอะครับ ร้องให้พอแล้วก็ทำใจให้เข้มแข็ง ลูกสาวผมรอกำลังใจจากสามีของเขาอยู่นะครับ”
กรยิ่งสะเทือนใจ สักทองพูดต่อ ทั้งเตือนสติและให้กำลังใจว่า
“ผมรู้ การเป็นพ่อคน การเป็นหัวหน้าครอบครัว มันคือความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของผู้ชายทุกคน แต่เราต่างมีความพลาดพลั้งกันได้ทั้งนั้น เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราต้องลุกให้เร็วที่สุด และประคองคนในครอบครัว หรืออย่างน้อยเราต้องเป็นหลักที่มั่นคงให้พวกเขา”
กรตั้งสติขอบคุณพ่อ สักทองถามว่ากรจะบอกเรื่องนี้กับทรายเองใช่ไหม กรขอบอกทรายเอง
“ที่ผ่านมาคุณกับทรายคอยไล่แก้ปัญหาให้ครอบครัวอื่น ถึงเวลาต้องเอาวิชาความรู้ ความรัก และกำลังใจมาใช้กับครอบครัวตัวเองบ้างนะ” สักทองตบไหล่กรอย่างให้กำลังใจ
เมื่อกรเข้าไปหาทราย กุมมือทรายไว้แน่น สีหน้าเจ็บปวด ทรายกลับเป็นฝ่ายถามขึ้นเองว่า
“เราเสียเขาไปแล้วใช่ไหมคะ?” กรอึ้งอัดอั้นตอบไม่ออก ทรายขอบตาร้อนผ่าวถามว่า “คุณหมอบอกไหมคะว่าเขาอายุเท่าไหร่” กรบอกว่าอย่าไปรู้เลย “บอกสาเหตุหรือเปล่าคะ...ร่างกายอ่อนแอ? พักผ่อนไม่พอ? เพราะเครียดใช่ไหมคะ”
กรพูดไม่ออกได้แต่พยักหน้า ทรายช็อกเสียใจสุดชีวิต กรมองทรายสงสารจนน้ำตาไหล ดึงทรายเข้าไปกอดแน่น ทั้งสองเจ็บปวดในอ้อมกอดของกันและกัน ต่างรู้สึกผิดท่วมหัวใจ...
เมื่อกรออกมาพบทุกคนที่รอฟังข่าวอยู่อย่างใจคอไม่ดี กรบอกว่าตนบอกทรายแล้วและขอร้องทุกคนให้เก็บเรื่องนี้ไว้อย่าบอกใครโดยเฉพาะแม่ตน
ทุกคนพยักหน้าโดยไม่มีใครคิดจะถามเหตุผลทั้งที่ไม่เข้าใจ ได้แต่มองหน้ากรที่ทั้งเศร้าและหนักใจ
ooooooo










